วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2556

นครลวง ใน "เธอไม่ได้ขายตัว"

มหานคร สัญจรวุ่นวาย หลากกลอุบาย ล่อหลอกลวงใจ ยุคเมืองคนเหล็ก ทั้งเด็กผู้ใหญ่ ไร้ซึ่งหัวใจ โอบอ้อมอารี แกร่งแย่งแข่งขัน ทุกวันทุกวี่ รุ่งเรืองทวี วัตถุลวงตา ความดีถดถอย รอคอยวาสนา ลุ่มหลงกามา อวิชาเป็นนิจ มหานคร อาวรณ์ร้อนจิต ย้อนมองเพียงนิด ถูกผิดใคร่ครวญ เปลี่ยนแปลงวิถี ทำดีตามควร บรรจบครบถ้วน สรรสร้างแปลงเมือง นครลวงหลอก ช้ำชอกนอกเรื่อง ใจหม่นทนเคือง ฟูเฟื่องเรื่องกรรม กัดแกร่งแย่งเนื้อ ดำเหลือน้ำคำ คาวเหม็นเข็ญย้ำ สะลำน้ำใจ ยิ่งรวยยิ่งรุ่ง เรื่องรุ่งสมัย ยิ่งยากจนใจ สิ้นไร้ไม้ตอก ไหนบอกเจริญ เพลิดเพลินเงินวอก อำนาจบาทบอก เข้าพวกจัญไร ซื้อได้ทุกอย่าง กระทั้งจิตใจ ความคิดอีกไซ้ ถูกซื้อด้วยเงิน บ้านเมืองถอยหลัง บ้าคลั่งสรรเสริญ พวกกินดิน-เงิน ยับเยินแผ่นดิน นครคนลวง เสี่ยงดวงถวิล ก่อนถูกกลืนกิน หมดสิ้นคนดี

เธอไม่ได้ขายตัว

“เธอเป็นเด็กเสี่ยใช่ไหม เธอตอบไม่ใครว่าช่างบ้าเหลือ เธอพูดเสียงสั่นเครือ พี่ไม่เชื่อก็ช่างประไร เธอย้อนทำไมพี่ถามหนู ทั้งที่รู้ว่าหนูอยู่เองได้ พ่อกับแม่ยังคอยส่งแรงใจ โอนเงินให้หนูใช้ในการเรียน” เงียบหยุดคิดคิดวกวิตกคิด ชวนให้คิดคิดไกลให้ปวดเศียร เด็กหนอเด็กเดียงสาพาพากเพียร กลับถูกโลกหมุนเปลี่ยนเขียนบทเธอ ตกสู่ห้วงความอยากมากวัตถุ ร้อนระอุวัยคะนองต้องเสนอ แลกสิ่งของมองอบายขายตัวเธอ โลกละเมอบ้าบอหนอชีวิต ด้วยรักด้วยห่วงจึงทวงถาม แม่สาวงามเลิศหรูอณูจิต บนเส้นทางร้างไกลใครรู้ทิศ ถูกหรือผิดใครรู้ “วานบอกเธอ” ทนหรือยอมตรอมใจในวันนี้ เธอจะมีกี่ชายหมายเสนอ ปรารถนาสิ่งใดในใจเธอ แต่ฉันเชื่อนะ ว่าเธอไม่ได้ขายตัว ...แต่เธอขายใจ

หนาวแดด ใน "เธอไม่ได้ขายตัว"

..."หนาวแดด "... ...หนาวแสงแดด แผดเผา ใต้เงาแดด ยะเยือกแดด ย่อมผิด จริตร่าง ธรรมชาติ หวาดวิตก นกหลงรัง มนุษย์ชั่ว มิรอรั้ง กระทั้งคิด แดดแจ่มแจ้ง แสดงฤทธิ์ นิมิตร้อน แต่คนนอน ผิงไฟ เกินใคร่จิต ตรงกันข้าม ธรรมชาติ วาดนิมิต คนยังหลง คิด-ทำผิด ติดอาจิณ บ้างโทษโลก โทษกรรม ตามสนอง มิเคยมอง วิถี ดี-เลวสิ้น อีกเชิดชู สรรเสริญ พวกโกงกิน แดดเริ่มหนาว ร้าวแดดิ้น สิ้นคนดี วีรชน คนหลัง พลังใหม่ หวาดตกใจ ใครครอง ครรลองศรี หรือหมดสิ้น ยุคปัญญา ค่าคนดี สู่ยุคที่ "อัปปรี" ทวีคูณ... ...เวปุลลายะ 8/01/13

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553


...ลมหนาวยะเยือก..
เย็นยะเยือกเปลือกใจใต้ลมหนาว
คิดฮอดสาวคนไกลใจหงอยเหงา
ภาพอดีตคอยย้ำคำว่าเรา
ป่านชะนี้ตัวเขาจะกอดใคร
ตะวันเลื่อนเคลื่อนลงตรงโค้งฟ้า
สกุณาบินว่อนคืนถิ่นไส
ฮู้บ่ว่ามีคนแอบเหงาใจ
รอคนไกลคืนถิ่น กลิ่นโคลนควาย
ดวงดาราแจ่มฟ้าพาสะอื้น
ความขมขื่นคลืบคลานผ่านเดือนหงาย
ลมคิดฮอดลอดผ่านชานใจชาย
คิดฮอดหลายคนไกลที่อ้ายฮัก
หนาวแล้วเด้อ ดูแลใจให้ดีเด้อ
อกซ้ายเธออย่าให้ใผ๋เข้าใกล้นัก
เป็นห่วงหลายย้านมีชายหมายปองพัก
ย้านความรักถูกแทนค่าด้วยคำว่าเหงา
ผ่านกี่คืนที่สะอื้นความห่วงหา
ข่มดวงตาให้หลับฝันวันเหน็บหนาว
ห่มผ้าทุเลาคลาย อุ่นกายเรา
ยะเยือกหนาว สุดสะบั้น...คือดวงใจ

....................................แสงเดือน

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กลับลำ(ชีวิต)

เพลง กลับลำ(ชีวิต)
ชีวิตเปรียบดังเรือน้อย
ที่ล่องลอยอยู่กลางมหาสมุทร
ท่ามกลางภยันตราย พายุจะโหมกระหนำ
เรือน้อยหรือจะสู้ฝ่าคลื่นลมใหญ่
ชีวิตของเราก็เช่นกัน
ย่อมเจอปัญหามากมายรุมเร้าจิตใจ
เรื่องเล็กเราสู้ได้ แต่เรื่องใหญ่เกินแรงสู้ไหว
อย่าฝ่าไป ขอให้เปลี่ยนเส้นทางใจ
*ให้กลับลำชีวิต ให้กลับลำเรือน้อย
เมื่อเจอกับปัญหา และพายุใหญ่
อย่าด่วนใจร้อน กลัวจะร้อนใจ
ขอเพียงอย่าอ่อนไหว หรือยอมแพ้พ่าย
**ชีวิตยอมถอยเพื่อก้าวที่มั่นคง
อย่าได้หลง เส้นทางมายาหลอนใจ
ให้กลับลำเส้นทางชีวิต เพื่อวันที่ฟ้าสดใส
คงไม่ไกลหรอกความฝัน ถ้าวันนี้ดี

คำร้อง/ทำนอง โดยไพบูลย์ แสงเดือน