วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553


...ลมหนาวยะเยือก..
เย็นยะเยือกเปลือกใจใต้ลมหนาว
คิดฮอดสาวคนไกลใจหงอยเหงา
ภาพอดีตคอยย้ำคำว่าเรา
ป่านชะนี้ตัวเขาจะกอดใคร
ตะวันเลื่อนเคลื่อนลงตรงโค้งฟ้า
สกุณาบินว่อนคืนถิ่นไส
ฮู้บ่ว่ามีคนแอบเหงาใจ
รอคนไกลคืนถิ่น กลิ่นโคลนควาย
ดวงดาราแจ่มฟ้าพาสะอื้น
ความขมขื่นคลืบคลานผ่านเดือนหงาย
ลมคิดฮอดลอดผ่านชานใจชาย
คิดฮอดหลายคนไกลที่อ้ายฮัก
หนาวแล้วเด้อ ดูแลใจให้ดีเด้อ
อกซ้ายเธออย่าให้ใผ๋เข้าใกล้นัก
เป็นห่วงหลายย้านมีชายหมายปองพัก
ย้านความรักถูกแทนค่าด้วยคำว่าเหงา
ผ่านกี่คืนที่สะอื้นความห่วงหา
ข่มดวงตาให้หลับฝันวันเหน็บหนาว
ห่มผ้าทุเลาคลาย อุ่นกายเรา
ยะเยือกหนาว สุดสะบั้น...คือดวงใจ

....................................แสงเดือน

วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กลับลำ(ชีวิต)

เพลง กลับลำ(ชีวิต)
ชีวิตเปรียบดังเรือน้อย
ที่ล่องลอยอยู่กลางมหาสมุทร
ท่ามกลางภยันตราย พายุจะโหมกระหนำ
เรือน้อยหรือจะสู้ฝ่าคลื่นลมใหญ่
ชีวิตของเราก็เช่นกัน
ย่อมเจอปัญหามากมายรุมเร้าจิตใจ
เรื่องเล็กเราสู้ได้ แต่เรื่องใหญ่เกินแรงสู้ไหว
อย่าฝ่าไป ขอให้เปลี่ยนเส้นทางใจ
*ให้กลับลำชีวิต ให้กลับลำเรือน้อย
เมื่อเจอกับปัญหา และพายุใหญ่
อย่าด่วนใจร้อน กลัวจะร้อนใจ
ขอเพียงอย่าอ่อนไหว หรือยอมแพ้พ่าย
**ชีวิตยอมถอยเพื่อก้าวที่มั่นคง
อย่าได้หลง เส้นทางมายาหลอนใจ
ให้กลับลำเส้นทางชีวิต เพื่อวันที่ฟ้าสดใส
คงไม่ไกลหรอกความฝัน ถ้าวันนี้ดี

คำร้อง/ทำนอง โดยไพบูลย์ แสงเดือน

วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เขียนฝันให้เป็นเพลง


จะเขียนฝันปั้นใจให้เป็นเพลง
หวังบรรเลงชีวิตลิขิตกล้า
ร่ายกวีเป็นทำนองย่องมายา
เป็นระบำชีวาท้าความจน
ด้วยยังจนยังด้อยน้อยโอกาส
กล่าวนิราศมิโสภาเพราะข้าหม่น
เด็กบ้านนอกเกิดจากดินถิ่นความจน
ประกาศกล้าให้โลกยล...ข้า คนเมืองเลย